================================================== -->

สล็อตแมชชีน karinyawat durongjirakanเติมเงินไทยฟรี

อนุมัติ18หมื่นล อุ้ม ยาง-ปาล์ม ให้ไร่ละพันแปด 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น

  • เยี่ยมชมบล็อก:436432
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 920
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-06-22 08:29:22
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

ครมเท 123 แสนล้านบาท ผุดมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ข้าราชการบำนาญและผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง โฆษกรัฐบาลปัดพัลวันเปล่าแจกดะช่วงใกล้เลือกตั้ง นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เมื่อวันที่ 20 พยที่ผ่านมาว่า ที่ประชุม ครมได้เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ข้าราชการบำนาญ และผู้มีรายได้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง คิดเป็นวงเงินดำเนินการรวมกว่า 123 แสนล้านบาท โดยคาดว่ามาตรการทั้งหมดจะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2561 ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ 007% เนื่องจากมาตรการมีกรอบเวลาดำเนินการถึงปี 2562 ซึ่งเชื่อว่าจะส่งผลดีกับภาพรวมเศรษฐกิจได้ดีกว่าปีนี้ นายลวรณกล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ มีวงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 387 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 4 มาตรการ ได้แก่ 1มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและน้ำประปา ซึ่งจะส่งผลให้ผู้มีรายได้น้อยมีภาระค่าครองชีพลดลง โดยกำหนดให้กรณีค่าไฟฟ้าให้ใช้ไฟฟ้าในวงเงินไม่เกิน 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีน้ำประปา ให้ใช้ได้ในวงเงินไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน โดยมาตรการดังกล่าวมีผลตั้งแต่ ธค2561 ถึง กย2562 รวมระยะเวลา 10 เดือน โดยกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือผู้ผ่านคุณสมบัติการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งหมด 145 ล้านคน โดยในจำนวนนี้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คิดเป็น 82 ล้านครัวเรือน โดย 1 ครัวเรือนใช้ได้เพียง 1 สิทธิเท่านั้น ในส่วนนี้มีวงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 27 หมื่นล้านบาท 2มาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปีให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในการซื้อสินค้าและบริการเพิ่มเติมในเดือน ธค2561 เป็นเงิน 500 บาทต่อคน (ได้รับครั้งเดียว) โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 145 ล้านคน โดยจะใช้วงเงินดำเนินการ 725 พันล้านบาท 3มาตรการช่วยเหลือค่าเดินทางไปรับการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นเกี่ยวกับสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย จำนวน 1 พันบาทต่อคน (ได้รับครั้งเดียว) โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้มีรายได้น้อยที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป จำนวน 35 ล้านคน ระยะเวลาดำเนินการ ธค2561 ถึง กย2562 ใช้วงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 35 พันล้านบาท 4มาตรการช่วยเหลือค่าเช่าบ้านสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย จำนวน 400 บาทต่อคนต่อเดือน ระหว่างเดือน ธค2561 ถึง กย2562 สำหรับผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการ ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 22 แสนคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 23 แสนคนในเดือน กย2562 โดยใช้วงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 920 ล้านบาท ขณะที่นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครมเห็นชอบแนวทางการปรับปรุงแก้ไขพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ โดยกำหนดให้ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับของกระทรวงกลาโหม ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ บำนาญพิเศษ เพราะเหตุทุพพลภาพ บำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาท ผู้อุปการะ หรือผู้อยู่ในอุปการะ ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ซึ่งได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญรวมทุกประเภท และเงินช่วยค่าครองชีพ ทั้งหมดต่ำกว่าเดือนละ 1 หมื่นบาท ให้ได้รับเงินช่วยค่าครองชีพเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนที่ขาดไปให้ครบ 1 หมื่นบาท ทั้งนี้ คาดว่าจะมีข้าราชการที่อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว จำนวน 527 หมื่นคน คิดเป็นวงเงินงบประมาณดำเนินการ 559 ล้านบาทต่อปี หรือ 46 ล้านบาทต่อเดือน เมื่อ 2-3 ปีก่อน ค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 300 บาท ดังนั้นเงินบำเหน็จบำนาญและเงินช่วยค่าครองชีพที่รัฐบาลกำหนดจึงอยู่ที่ 9 พันบาท แต่ปัจจุบันค่าแรงขั้นต่ำปรับเพิ่มขึ้นเป็น 330 บาทต่อวัน ครมจึงเห็นชอบขยายเงินในส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นบาทต่อเดือน เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น นายณัฐพรกล่าว นายณัฐพรกล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครมยังเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราและวิธีการรับบำเหน็จดำรงชีพ โดยกำหนดให้ผู้รับบำนาญที่มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 5 แสนบาท กรณีมีการใช้สิทธิไปแล้ว ให้สามารถขอรับสิทธิในส่วนที่ไม่เกินส่วนของผู้นั้น แต่ไม่เกิน 5 แสนบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมจากเดิมที่กำหนดให้ผู้รับบำนาญที่มีอายุต่ำกว่า 65 ปีบริบูรณ์ ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 2 แสนบาท และผู้รับบำนาญที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 4 แสนบาท แต่หากใช้สิทธิไปแล้ว ให้รับตามสิทธิในส่วนที่ไม่เกินสิทธิของผู้นั้น แต่ไม่เกิน 4 แสนบาท อย่างไรก็ดี คาดว่าจะมีผู้รับบำนาญที่เข้าเกณฑ์ประมาณ 159 แสนราย โดยมีวงเงินที่ใช้ในการดำเนินการทั้งสิ้น 247 หมื่นล้านบาท นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส) เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครมเห็นชอบให้ ธอสจัดทำโครงการบ้านล้านหลังภายใต้วงเงินรวม 6 หมื่นล้านบาท ให้ผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงานหรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ มีบ้านอยู่อาศัย โดยวงเงินแบ่งเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับลูกค้ารายย่อย 5 หมื่นล้านบาท สำหรับซื้อบ้านไม่ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ตั้งวงเงินกู้ไว้ 2 หมื่นล้านบาท ให้ผ่อนนานถึง 40 ปี อัตราดอกเบี้ย แบ่งเป็นกรณีรายได้ไม่เกิน 25 บาท/คน/เดือน อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-ปีที่ 5 คงที่ 300% ต่อปี กรณีรายได้เกิน 25 หมื่นบาท/คน/เดือน ตั้งวงเงินกู้ไว้ 3 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-ปีที่ 3 คงที่ 300% โดยทั้ง 2 กรณีเงินกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระ 3 ปีแรกเริ่มต้นเพียง 38 พันบาท นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม) ในมาตรการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการอนุมัติโครงการเพื่อผู้สูงอายุ รวม 86,994 ล้านบาท จนถูกมองหวังผลเลือกตั้งว่า หลายโครงการไม่ได้เพิ่งมาคิดและทำในวันนี้ เพราะมีกระบวนการสอบถามความเห็นจากประชาชน ซึ่งใช้เวลามาพอสมควร แต่มาประจวบเหมาะกับเวลาช่วงสิ้นปีพอดี ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง เพราะรัฐบาลมีตัวเลขผู้สูงอายุและผู้มีรายได้น้อยอยู่แล้ว ซึ่งที่แล้วมายังไม่มีรัฐบาลใดออกนโยบายส่งตรงไปยังผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือด้านการเดินทาง การใช้ชีวิต การรักษาพยาบาล โดย พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช ระบุว่าในอนาคต ไม่ว่ารัฐบาลชุดใดเข้ามา ควรนำแนวทางนี้ไปปฏิบัติ เพราะถือว่าตอบรับสังคมผู้สูงวัยในอนาคต นอกจากนี้ยังเห็นประชาชนมีภาระต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากในวงปีใหม่ จึงได้ให้ 500 บาท สำหรับผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าว

ที่เก็บบทความ

2015(78)

2014(448)

2013(420)

2012(373)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: กานซูข่าวสุทธิ

slotxo6, ฟาน ไดค์ ที่สวมปลอกแขนกัปตันทีมนำทัพนักเตะอัศวินสีส้ม ในเกมที่ เกลเซนเคียร์เช่น วอลเลย์ทำประตูตีเสมออย่างสุดสวยในนาทีที่ 90 แค่ 5 นาที หลังจาก ควินซี โปรเมส ยิงประตูตีไข่แตกก่อนหน้านั้นเพียงแค่ 5 นาที และช่วยให้ ฮอลแลนด์ มีแต้มจากเกมสุดท้าย และแซงแชมป์โลก ฝรั่งเศส ขึ้นไปยึดตำแหน่งท็อปของกลุ่ม เอ1 ได้สำเร็จ ฮอลแลนด์ ที่นัดนี้ ตกเป็นฝ่ายตามหลังก่อนถึง 2-0 จากลูกยิงของ ติโม แวร์เนอร์ กับ ลีรอย ซาเน่ เป็นอีกทีมต่อจาก อังกฤษ, โปรตุเกส และ สวิตเซอร์แลนด์ ที่จะได้เข้าไปเล่นการแข่งขันรอบสุดท้าย ตอนซัมเมอร์ ที่จะเริ่มด้วยเกมรอบเซมิไฟนอล คูมัน ให้สัมภาษณ์หลังเกม ทีมของเราแสดงให้เห็นคาแร็คเตอร์ เราสู้ไม่ถอย ผมไม่ได้คิดว่าเราเล่นดี บางทีในช่วงเวลานี้ มันอาจมากเกินไปสำหรับเราที่จะเล่น 2 นัดในช่วงเวลาห่างกันที่สั้นมากในการเจอคู่แข่งระดับคุณภาพ ทั้ง ฝรั่งเศส และ เยอรมนี อย่าลือว่า เยอรมนี ทีมนี้ถือว่าสุดยอด บางทีอาจเหนือกว่า ฝรั่งเศส ด้วยซ้ำ แต่เราแสดงให้เห็นว่าเราสามารถคัมแบ็คกลับมาได้แม้จะเจอคู่แข่งที่แข็งแกร่งระดับนี้ คูมัน ยังเผยถึงโน๊ตจากโค้ชผู้ช่วย ที่เขาบอกต่อลงไปในสนามผ่านฟูลแบ็ค เคนนี่ เตเต้ ที่สั่งให้ ฟาน ไดค์ เซนเตอร์แบ็คจากลิเวอร์พูล ขยับขึ้นไปอยู่ในแนวรุก ผมได้โน๊ตจาก ดไวท์ ลอดเวดจ์ส กับ คีส์ ฟาน วอนเดเรน ตอนที่เราตามหลังอยู่ 2-0 พวกเขาแนะให้ผมว่าเราควรจะเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างหรือไม่ ซึ่งผมตอบว่าใช่ สิ่งต่อไปที่ผมรู้คือผมส่งต่อให้ เคนนี่ และท้ายที่สุดมันสุดยอดมาก เพราะประตูตีเสมอที่เราได้ ได้มาจากนักเตะที่ถูกระบุในโน็ตว่าให้ขึ้นหน้า ครมเท 123 แสนล้านบาท ผุดมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ข้าราชการบำนาญและผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง โฆษกรัฐบาลปัดพัลวันเปล่าแจกดะช่วงใกล้เลือกตั้ง นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เมื่อวันที่ 20 พยที่ผ่านมาว่า ที่ประชุม ครมได้เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ข้าราชการบำนาญ และผู้มีรายได้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง คิดเป็นวงเงินดำเนินการรวมกว่า 123 แสนล้านบาท โดยคาดว่ามาตรการทั้งหมดจะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2561 ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ 007% เนื่องจากมาตรการมีกรอบเวลาดำเนินการถึงปี 2562 ซึ่งเชื่อว่าจะส่งผลดีกับภาพรวมเศรษฐกิจได้ดีกว่าปีนี้ นายลวรณกล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ มีวงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 387 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 4 มาตรการ ได้แก่ 1มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและน้ำประปา ซึ่งจะส่งผลให้ผู้มีรายได้น้อยมีภาระค่าครองชีพลดลง โดยกำหนดให้กรณีค่าไฟฟ้าให้ใช้ไฟฟ้าในวงเงินไม่เกิน 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีน้ำประปา ให้ใช้ได้ในวงเงินไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน โดยมาตรการดังกล่าวมีผลตั้งแต่ ธค2561 ถึง กย2562 รวมระยะเวลา 10 เดือน โดยกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือผู้ผ่านคุณสมบัติการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งหมด 145 ล้านคน โดยในจำนวนนี้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คิดเป็น 82 ล้านครัวเรือน โดย 1 ครัวเรือนใช้ได้เพียง 1 สิทธิเท่านั้น ในส่วนนี้มีวงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 27 หมื่นล้านบาท 2มาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปีให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในการซื้อสินค้าและบริการเพิ่มเติมในเดือน ธค2561 เป็นเงิน 500 บาทต่อคน (ได้รับครั้งเดียว) โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 145 ล้านคน โดยจะใช้วงเงินดำเนินการ 725 พันล้านบาท 3มาตรการช่วยเหลือค่าเดินทางไปรับการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นเกี่ยวกับสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย จำนวน 1 พันบาทต่อคน (ได้รับครั้งเดียว) โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้มีรายได้น้อยที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป จำนวน 35 ล้านคน ระยะเวลาดำเนินการ ธค2561 ถึง กย2562 ใช้วงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 35 พันล้านบาท 4มาตรการช่วยเหลือค่าเช่าบ้านสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย จำนวน 400 บาทต่อคนต่อเดือน ระหว่างเดือน ธค2561 ถึง กย2562 สำหรับผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการ ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 22 แสนคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 23 แสนคนในเดือน กย2562 โดยใช้วงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 920 ล้านบาท ขณะที่นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครมเห็นชอบแนวทางการปรับปรุงแก้ไขพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ โดยกำหนดให้ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับของกระทรวงกลาโหม ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ บำนาญพิเศษ เพราะเหตุทุพพลภาพ บำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาท ผู้อุปการะ หรือผู้อยู่ในอุปการะ ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ซึ่งได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญรวมทุกประเภท และเงินช่วยค่าครองชีพ ทั้งหมดต่ำกว่าเดือนละ 1 หมื่นบาท ให้ได้รับเงินช่วยค่าครองชีพเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนที่ขาดไปให้ครบ 1 หมื่นบาท ทั้งนี้ คาดว่าจะมีข้าราชการที่อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว จำนวน 527 หมื่นคน คิดเป็นวงเงินงบประมาณดำเนินการ 559 ล้านบาทต่อปี หรือ 46 ล้านบาทต่อเดือน เมื่อ 2-3 ปีก่อน ค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 300 บาท ดังนั้นเงินบำเหน็จบำนาญและเงินช่วยค่าครองชีพที่รัฐบาลกำหนดจึงอยู่ที่ 9 พันบาท แต่ปัจจุบันค่าแรงขั้นต่ำปรับเพิ่มขึ้นเป็น 330 บาทต่อวัน ครมจึงเห็นชอบขยายเงินในส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นบาทต่อเดือน เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น นายณัฐพรกล่าว นายณัฐพรกล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครมยังเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราและวิธีการรับบำเหน็จดำรงชีพ โดยกำหนดให้ผู้รับบำนาญที่มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 5 แสนบาท กรณีมีการใช้สิทธิไปแล้ว ให้สามารถขอรับสิทธิในส่วนที่ไม่เกินส่วนของผู้นั้น แต่ไม่เกิน 5 แสนบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมจากเดิมที่กำหนดให้ผู้รับบำนาญที่มีอายุต่ำกว่า 65 ปีบริบูรณ์ ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 2 แสนบาท และผู้รับบำนาญที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 4 แสนบาท แต่หากใช้สิทธิไปแล้ว ให้รับตามสิทธิในส่วนที่ไม่เกินสิทธิของผู้นั้น แต่ไม่เกิน 4 แสนบาท อย่างไรก็ดี คาดว่าจะมีผู้รับบำนาญที่เข้าเกณฑ์ประมาณ 159 แสนราย โดยมีวงเงินที่ใช้ในการดำเนินการทั้งสิ้น 247 หมื่นล้านบาท นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส) เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครมเห็นชอบให้ ธอสจัดทำโครงการบ้านล้านหลังภายใต้วงเงินรวม 6 หมื่นล้านบาท ให้ผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงานหรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ มีบ้านอยู่อาศัย โดยวงเงินแบ่งเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับลูกค้ารายย่อย 5 หมื่นล้านบาท สำหรับซื้อบ้านไม่ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ตั้งวงเงินกู้ไว้ 2 หมื่นล้านบาท ให้ผ่อนนานถึง 40 ปี อัตราดอกเบี้ย แบ่งเป็นกรณีรายได้ไม่เกิน 25 บาท/คน/เดือน อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-ปีที่ 5 คงที่ 300% ต่อปี กรณีรายได้เกิน 25 หมื่นบาท/คน/เดือน ตั้งวงเงินกู้ไว้ 3 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-ปีที่ 3 คงที่ 300% โดยทั้ง 2 กรณีเงินกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระ 3 ปีแรกเริ่มต้นเพียง 38 พันบาท นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม) ในมาตรการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการอนุมัติโครงการเพื่อผู้สูงอายุ รวม 86,994 ล้านบาท จนถูกมองหวังผลเลือกตั้งว่า หลายโครงการไม่ได้เพิ่งมาคิดและทำในวันนี้ เพราะมีกระบวนการสอบถามความเห็นจากประชาชน ซึ่งใช้เวลามาพอสมควร แต่มาประจวบเหมาะกับเวลาช่วงสิ้นปีพอดี ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง เพราะรัฐบาลมีตัวเลขผู้สูงอายุและผู้มีรายได้น้อยอยู่แล้ว ซึ่งที่แล้วมายังไม่มีรัฐบาลใดออกนโยบายส่งตรงไปยังผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือด้านการเดินทาง การใช้ชีวิต การรักษาพยาบาล โดย พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช ระบุว่าในอนาคต ไม่ว่ารัฐบาลชุดใดเข้ามา ควรนำแนวทางนี้ไปปฏิบัติ เพราะถือว่าตอบรับสังคมผู้สูงวัยในอนาคต นอกจากนี้ยังเห็นประชาชนมีภาระต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากในวงปีใหม่ จึงได้ให้ 500 บาท สำหรับผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าว ครมเท 123 แสนล้านบาท ผุดมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ข้าราชการบำนาญและผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง โฆษกรัฐบาลปัดพัลวันเปล่าแจกดะช่วงใกล้เลือกตั้ง นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เมื่อวันที่ 20 พยที่ผ่านมาว่า ที่ประชุม ครมได้เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ข้าราชการบำนาญ และผู้มีรายได้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง คิดเป็นวงเงินดำเนินการรวมกว่า 123 แสนล้านบาท โดยคาดว่ามาตรการทั้งหมดจะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2561 ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ 007% เนื่องจากมาตรการมีกรอบเวลาดำเนินการถึงปี 2562 ซึ่งเชื่อว่าจะส่งผลดีกับภาพรวมเศรษฐกิจได้ดีกว่าปีนี้ นายลวรณกล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ มีวงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 387 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 4 มาตรการ ได้แก่ 1มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและน้ำประปา ซึ่งจะส่งผลให้ผู้มีรายได้น้อยมีภาระค่าครองชีพลดลง โดยกำหนดให้กรณีค่าไฟฟ้าให้ใช้ไฟฟ้าในวงเงินไม่เกิน 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีน้ำประปา ให้ใช้ได้ในวงเงินไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน โดยมาตรการดังกล่าวมีผลตั้งแต่ ธค2561 ถึง กย2562 รวมระยะเวลา 10 เดือน โดยกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือผู้ผ่านคุณสมบัติการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งหมด 145 ล้านคน โดยในจำนวนนี้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คิดเป็น 82 ล้านครัวเรือน โดย 1 ครัวเรือนใช้ได้เพียง 1 สิทธิเท่านั้น ในส่วนนี้มีวงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 27 หมื่นล้านบาท 2มาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปีให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในการซื้อสินค้าและบริการเพิ่มเติมในเดือน ธค2561 เป็นเงิน 500 บาทต่อคน (ได้รับครั้งเดียว) โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 145 ล้านคน โดยจะใช้วงเงินดำเนินการ 725 พันล้านบาท 3มาตรการช่วยเหลือค่าเดินทางไปรับการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นเกี่ยวกับสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย จำนวน 1 พันบาทต่อคน (ได้รับครั้งเดียว) โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้มีรายได้น้อยที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป จำนวน 35 ล้านคน ระยะเวลาดำเนินการ ธค2561 ถึง กย2562 ใช้วงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 35 พันล้านบาท 4มาตรการช่วยเหลือค่าเช่าบ้านสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย จำนวน 400 บาทต่อคนต่อเดือน ระหว่างเดือน ธค2561 ถึง กย2562 สำหรับผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการ ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 22 แสนคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 23 แสนคนในเดือน กย2562 โดยใช้วงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 920 ล้านบาท ขณะที่นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครมเห็นชอบแนวทางการปรับปรุงแก้ไขพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ โดยกำหนดให้ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับของกระทรวงกลาโหม ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ บำนาญพิเศษ เพราะเหตุทุพพลภาพ บำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาท ผู้อุปการะ หรือผู้อยู่ในอุปการะ ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ซึ่งได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญรวมทุกประเภท และเงินช่วยค่าครองชีพ ทั้งหมดต่ำกว่าเดือนละ 1 หมื่นบาท ให้ได้รับเงินช่วยค่าครองชีพเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนที่ขาดไปให้ครบ 1 หมื่นบาท ทั้งนี้ คาดว่าจะมีข้าราชการที่อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว จำนวน 527 หมื่นคน คิดเป็นวงเงินงบประมาณดำเนินการ 559 ล้านบาทต่อปี หรือ 46 ล้านบาทต่อเดือน เมื่อ 2-3 ปีก่อน ค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 300 บาท ดังนั้นเงินบำเหน็จบำนาญและเงินช่วยค่าครองชีพที่รัฐบาลกำหนดจึงอยู่ที่ 9 พันบาท แต่ปัจจุบันค่าแรงขั้นต่ำปรับเพิ่มขึ้นเป็น 330 บาทต่อวัน ครมจึงเห็นชอบขยายเงินในส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นบาทต่อเดือน เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น นายณัฐพรกล่าว นายณัฐพรกล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครมยังเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราและวิธีการรับบำเหน็จดำรงชีพ โดยกำหนดให้ผู้รับบำนาญที่มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 5 แสนบาท กรณีมีการใช้สิทธิไปแล้ว ให้สามารถขอรับสิทธิในส่วนที่ไม่เกินส่วนของผู้นั้น แต่ไม่เกิน 5 แสนบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมจากเดิมที่กำหนดให้ผู้รับบำนาญที่มีอายุต่ำกว่า 65 ปีบริบูรณ์ ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 2 แสนบาท และผู้รับบำนาญที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 4 แสนบาท แต่หากใช้สิทธิไปแล้ว ให้รับตามสิทธิในส่วนที่ไม่เกินสิทธิของผู้นั้น แต่ไม่เกิน 4 แสนบาท อย่างไรก็ดี คาดว่าจะมีผู้รับบำนาญที่เข้าเกณฑ์ประมาณ 159 แสนราย โดยมีวงเงินที่ใช้ในการดำเนินการทั้งสิ้น 247 หมื่นล้านบาท นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส) เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครมเห็นชอบให้ ธอสจัดทำโครงการบ้านล้านหลังภายใต้วงเงินรวม 6 หมื่นล้านบาท ให้ผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงานหรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ มีบ้านอยู่อาศัย โดยวงเงินแบ่งเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับลูกค้ารายย่อย 5 หมื่นล้านบาท สำหรับซื้อบ้านไม่ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ตั้งวงเงินกู้ไว้ 2 หมื่นล้านบาท ให้ผ่อนนานถึง 40 ปี อัตราดอกเบี้ย แบ่งเป็นกรณีรายได้ไม่เกิน 25 บาท/คน/เดือน อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-ปีที่ 5 คงที่ 300% ต่อปี กรณีรายได้เกิน 25 หมื่นบาท/คน/เดือน ตั้งวงเงินกู้ไว้ 3 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-ปีที่ 3 คงที่ 300% โดยทั้ง 2 กรณีเงินกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระ 3 ปีแรกเริ่มต้นเพียง 38 พันบาท นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม) ในมาตรการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการอนุมัติโครงการเพื่อผู้สูงอายุ รวม 86,994 ล้านบาท จนถูกมองหวังผลเลือกตั้งว่า หลายโครงการไม่ได้เพิ่งมาคิดและทำในวันนี้ เพราะมีกระบวนการสอบถามความเห็นจากประชาชน ซึ่งใช้เวลามาพอสมควร แต่มาประจวบเหมาะกับเวลาช่วงสิ้นปีพอดี ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง เพราะรัฐบาลมีตัวเลขผู้สูงอายุและผู้มีรายได้น้อยอยู่แล้ว ซึ่งที่แล้วมายังไม่มีรัฐบาลใดออกนโยบายส่งตรงไปยังผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือด้านการเดินทาง การใช้ชีวิต การรักษาพยาบาล โดย พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช ระบุว่าในอนาคต ไม่ว่ารัฐบาลชุดใดเข้ามา ควรนำแนวทางนี้ไปปฏิบัติ เพราะถือว่าตอบรับสังคมผู้สูงวัยในอนาคต นอกจากนี้ยังเห็นประชาชนมีภาระต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากในวงปีใหม่ จึงได้ให้ 500 บาท สำหรับผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวนางสาวเยาวภา ในส่วนการร่วมจัดการแข่งขันกีฬากระชับมิตรครั้งนี้ ตนเองก็ได้แจ้งกับทางผู้บริหารพรรค และ คนรุ่นใหม่ของพรรคชาติพัฒนา ทุกคนรู้สึกว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดี และ ทางกลุ่มคนรุ่นใหม่ของพรรคฯก็มีการเตรียมความพร้อมกับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น ซึ่ง ถ้าเป็นเรื่องการเล่นกีฬา เราตอบตกลงอย่างไม่มีเงื่อนไขแน่นอน อีกทั้งส่วนตัวก็ไม่คิดว่าการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้จะเป็นวาระซ่อนเร้น หรือ ประเด็นทางการเมืองใดใด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การแข่งขันในครั้งนี้ทุกพรรคการเมืองจะร่วมกิจกรรมเพื่อเป็นก้าวแรก ที่จะแสดงให้เห็นว่า ความแตกต่างทางการเมือง แต่ไม่จำเป็นต้องแบ่งแยกกัน สามารถทำกิจกรรมดีดีให้สังคมได้

พรรคอันดับหนึ่งในอดีตอย่าง เผาไทย นั้น ก็เป็นที่แน่นอน แน่แบบไม่ต้องเสียเวลาแช่แป้ง ว่ายังไงๆคงต้องอยู่ภายใต้การนำของคุณ เจ๊สุดาหน่อย ประธานยุทธศาสตร์ชาติ หรือแม่ยายแห่งชาติ ของคุณหนู จินนี่ ก็แล้วแต่จะว่ากันไป โดยมีผู้ชอบทำงานอยู่เบื้องหลัง อย่าง เสี่ยอ้วน ภูมิธรรม คอยคัดหัว คัดท้าย ให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามยุทธศาสตร์ รวมกันแพ้-แยกกันชนะ อะไรประมาณนั้น แม้ว่าโดยสีสัน บรรยากาศ ภายในพรรค อาจจะดูโหวงเหวงอยู่บ้าง แต่ก็นั่นแหละหลังเลือกตั้งผ่านไปแล้ว หรือหลังผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว ค่อยไปคึกๆ คักๆ กันอีกทีก็คงไม่น่าจะสายเกินไป บุ๋ม เข้ายื่นหนังสือถึง ผบตรขอโอนคดีหมอล่วงละเมิดทางเพศคนไข้ให้กองปราบฯ เผยแจ้งความท้องที่นานเป็นเดือน เพิ่งมาเรียกสอบหลังเป็นข่าวครึกโครม ซ้ำร้ายตำรวจกางบันทึกประจำวันให้สื่อถ่ายออกทีวีประจานผู้เสียหาย เผยเจ้าทุกข์โผล่แล้วกว่า 50 ราย ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ นสปนัดดา หรือบุ๋ม วงศ์ผู้ดี ประธานองค์กรทำความดี นำผู้เสียหายที่ถูกสูตินรีแพทย์ในจังหวัดนครสวรรค์ทำอนาจารล่วงละเมิดทางเพศขณะตรวจภายใน จำนวน 6 คน ยื่นหนังสือถึง พลตอจักรทิพย์ ชัยจินดา ผบตร เพื่อขอให้โอนสำนวนการสอบสวนคดีดังกล่าวจาก สภเมืองนครสวรรค์ มาให้กองบังคับการปราบปรามเป็นผู้ทำคดีแทน หลังจากก่อนหน้านี้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความ แต่คดีไม่คืบหน้าเท่าที่ควร นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายเพิ่มขึ้นหลายพื้นที่รวมแล้วกว่า 50 ราย นสปนัดดากล่าวว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนมากว่า 2 เดือน หลังผู้เสียหายเข้าแจ้งความ พนักงานสอบสวน สภเมืองนครสวรรค์กลับไม่พยายามหาพยานหลักฐาน เพิ่งจะมาเรียกสอบหลังจากที่เป็นข่าวครึกโครมขึ้นมา ซึ่งหลังจากนั้นก็มีผู้เสียหายกว่า 50 คน ที่เคยเข้ารับการตรวจภายในที่คลินิกของแพทย์คนดังกล่าว ต่างร้องเรียนว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศในลักษณะเดียวกัน ที่ตกใจมากที่สุดคือมีสื่อนำเสนอชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ของหญิงผู้เสียหาย ทำให้ตัวเขาถูกละเมิดสิทธิ์ สภาพจิตใจย่ำแย่มาก โดยที่ปรากฏเป็นข่าวทางสถานีโทรทัศน์ พบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกางบันทึกประจำวันให้สื่อถ่าย ส่วนการแจ้งความดำเนินคดีของผู้เสียหายขณะนี้ นสปนัดดาเปิดเผยว่า มี 1 คน ที่เหลือขาดอายุความแล้ว เพราะเหตุเกิดมาแล้ว 5-6 ปี แต่หญิงเหล่านั้นยินดีเป็นพยาน เพราะปกติแล้วหญิงที่ถูกกระทำในลักษณะดังกล่าวไม่กล้าที่จะแจ้งความเพราะอาย บางคนมีครอบครัว มีสามีแล้วก็ไม่กล้าแจ้ง แต่ขอแนะนำว่าผู้หญิงถ้าถูกข่มขืนให้ไปตรวจร่างกายภายใน 24 ชั่วโมง เราต้องปกป้องสิทธิ์ของเรา ส่วนที่มีคำถามถึงหลักฐานการดำเนินคดีกับแพทย์คนดังกล่าว ที่อาจต่อสู้คดีว่าเป็นการวินิจฉัยทางการแพทย์ ยืนยันว่าเคสนี้มีหลักฐานที่ไม่ใช่เครื่องมือการแพทย์แน่นอน แต่ไม่ขอเปิดเผย ในตอนท้าย นสปนัดดากล่าวว่า ขอให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วยตรวจสอบด้วยว่าตำรวจเป็นคนเปิดเผยรายชื่อผู้เสียหายหรือไม่ ส่วนสื่อที่เสนอข่าวอาจจะมีการฟ้องดำเนินการทางกฎหมาย ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวว่า ตนพร้อมทีมแพทย์จะลงพื้นที่ จนครสวรรค์เพื่อดูพยานหลักฐาน หลังเหยื่อสาววัย29ปีอ้างว่าเคยถูกหมอล่วงละเมิดทางเพศ โดยจะตรวจดูว่ามีการลงบันทึกยอมความกันไว้หรือไม่ถ้ามี สามารถนำมาประกอบเป็นพยานหลักฐานบางอย่างได้รวมทั้งข้อความทางไลน์เกี่ยวกับการโอนเงินจำนวน3แสนบาท โดยหากทางหมอทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ถ้าหมอบริสุทธิ์ เหยื่อก็ต้องรับผิดชอบอย่างไรก็ตาม กรณีมีการส่งข้อความแช้ตทางไลน์เหมือนกับว่าหมอกับคนไข้สนิทสนมในเชิงชู้สาว โดยหมอบอกว่าจะดูแลจนชั่วชีวิตเป็นข้อความระหว่างหมอกับคนไข้ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้รวมทั้งมีการซื้อของจากต่างประเทศมาฝากดูแล้วห่วงใยเกินระหว่างหมอกับคนไข้ ซึ่งเราจะตรวจสอบว่าทำไมต้องโอนเงินให้คนไข้ ถ้าตัวเองไม่ได้ทำผิด นายอัจฉริยะกล่าวว่า ขณะนี้ผู้เสียหายมีประมาณ 3 ราย แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นในปี2559ก็สามารถดำเนินคดีได้เพราะเพิ่งรู้ว่าไม่ใช่การรักษาทางการแพทย์ นพณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส) กล่าวถึงกรณีนี้ว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดนครสวรรค์ จึงมอบอำนาจหน้าที่การตรวจสอบให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ) นครสวรรค์ ดำเนินการ โดย สบสจะเป็นพี่เลี้ยงในกรณีร้องขอให้ช่วยเรื่องข้อกฎหมาย แต่กรณีนี้จะเกี่ยวข้องกับ พรบสถานพยาบาล พศ2541 เพียงประเด็นเดียว เรื่องไม่ได้ควบคุมกำกับให้เกิดความปลอดภัยในการให้บริการ ส่วนประเด็นอื่นจะเป็นเรื่องการเข้าข่ายความเสียหายส่วนบุคคลที่อาจเป็นคดีอาญา ดังนั้นต้องไปฟ้องร้องกันในชั้นศาล เรื่องนี้เป็นความผิดที่มีอัตราโทษค่อนข้างสูง จึงต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องร้องเรียนเช่นกัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย แต่ทาง สบสยังไม่ได้รับการรายงานผลกการตรวจสอบแต่อย่างใด ทพอาคม ประดิษฐสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและประกอบโรคศิลปะ กล่าวว่า สบสจะลงไปตรวจสอบคลินิกแห่งนี้ว่าได้มาตรฐานจริงหรือไม่ โดยจะนำเข้าคณะกรรมการสถานพยาบาลพิจารณาในการอนุญาตเปิดคลินิกต่อไป ส่วนประเด็นจำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีบุคคลที่ 3 ในห้องตรวจคนไข้ สำหรับคลินิกนรีเวชระหว่างการตรวจภายใน จะต้องมีบุคคลที่ 3 หรือมีผู้ช่วยแพทย์ที่เป็นผู้หญิงคอยอยู่กับแพทย์ขณะตรวจภายในห้องเสมอ เรื่องนี้ถือเป็นมาตรฐาน หากไม่มีก็ถือว่าไม่เหมาะสม และต้องมีการปรับ ส่วนเรื่องการลวนลามหรือกระทำอนาจารคนไข้ เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องสืบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป พรรคเพื่อไทยสามารถจับมือกับทุกพรรคที่ไม่เอาเผด็จการและจับมือกับประชาชนผู้รักประชาธิปไตยซึ่งคาดว่าน่าจะมีจำนวนมากเกินครึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศเดินหน้าฟันฝ่าทุกอุปสรรคปัญหาเพื่อให้ได้ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ และเชื่อว่าคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่เคยใช้สิทธิ์เลือกตั้งก็น่าจะมาร่วมมือกับเรา มาร่วมกันก้าวเดินอย่างมีพลังในเส้นทางประชาธิปไตย ที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีความยุติธรรม และมีระบบเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง นางลดาวัลลิ์กล่าวก่อนจะปลดล็อก กัญชา พัฒนา กัญชง ไปถึงไหนแล้ว? 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น

อ่าน(188) | แสดงความคิดเห็น(744) | ส่งต่อ(983) |
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

ฮยอก lianchang 2021-06-22

Lu Wei Gong เพ้อเจ้อกวาด350สส พปชรพลิกลิ้นแค่ปลุกขวัญ/บิ๊กตู่รอมาเชิญ 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น ประยุทธ์ เผยพระราชพิธีสำคัญก่อนเลือกตั้งต้องรอโปรดเกล้าฯ ลงมา ยันเดินตามโรดแมปเลือกตั้ง 24 กพ เผยเป็นคนชงเองให้เลือกวันนี้ ชี้ต้นเหตุออกคำสั่ง 16/2561 เพราะมีหลายส่วนขอร้องกันมา บิ๊กป้อม-วิษณุ ประสานเสียงคำสั่งคุ้มครอง กกต สนธิรัตน์-สมศักดิ์ พลิกลิ้นบอกคำโอ่เรื่องรัฐธรรมนูญ-กวาด 350 สสแค่วาทกรรมปลุกใจ ทษช สุดคึก อดีต รมต-ทูต-ทหารแห่ซบ New Dem ข้องใจอนาคตใหม่ทำไมเพิ่งถอนตัวงานกีฬาสี เมื่อวันอังคาร พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) ถึงกรณีเคยระบุถึงพระราชพิธีสำคัญจะเกิดก่อนการเลือกตั้งว่า เรื่องนี้ต้องรอฟังจากท่าน รอการโปรดเกล้าฯ ลงมา พลอประยุทธ์ยังกล่าวถึงคำสั่งหัวหน้า คสชที่ 16/2561 ที่ให้อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) เรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นครั้งแรก ว่าไม่ได้ไปก้าวล่วง แต่เป็นการร้องขอขึ้นมาจากหลายส่วนด้วยกันว่ายังมีปัญหาอยู่ มีความขัดแย้งกันอยู่หลายประการ เพียงแต่มอบอำนาจให้ กกตมีอำนาจเด็ดขาดในการแก้ไขปรับปรุง ไม่ได้หมายความว่าจะเอื้อประโยชน์ให้ใคร แต่เพื่อให้เกิดความรอบคอบจากการรับฟังความคิดเห็นที่ทั่วถึง ข้อสำคัญเรื่องนี้ไม่มีผลกระทบกับโรดแมปทั้งสิ้น ฉะนั้นไม่ต้องมาถามผมว่าจะเลือกตั้งเมื่อไหร่ ถ้าจะไม่เชื่อ ทั้งหมดเป็นไปตามโรดแมปที่ประกาศไว้แล้ว สุดแล้วแต่ว่าปัญหาอะไรจะเกิดขึ้นตามมา ก็เป็นเรื่องของส่วนรวมที่จะไปว่ากันมา รวมถึงฝ่ายการเมือง และ กกตก็เป็นผู้ตัดสินใจ ผมไม่ไปก้าวล่วงเด็ดขาด พลอประยุทธ์ระบุ เมื่อถามถึงกรณีพรรคเล็กยื่นขอให้เลื่อนวันเลือกตั้งจาก 24 กพ2562 ออกไปนั้น พลอประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ทราบ มีการพูดกันไปมาในสื่อ ไม่จำเป็นต้องชี้แจงแล้ว เป็นเรื่องของ กกต สิ่งสำคัญเรารู้อยู่แล้วรัฐบาลมีความจริงใจแค่ไหน แม้กระทั่งกฎหมายจะเอื้ออำนวยให้เลือกตั้งได้ถึง พค2562 แต่ได้เสนอเองว่าขอให้มีการเลือกตั้งในเดือน กพเป็นระยะแรกของกฎหมายด้วยซ้ำไป ขอให้ดูเจตนารมณ์ของผมตรงนี้ ทุกคนต้องช่วยทำให้มันเกิดขึ้นให้ได้ รวมความไปถึงหลังการเลือกตั้ง การจัดตั้งรัฐบาลก็ต้องสงบสุข หลายอย่างเป็นโอกาสของเราอยู่แล้ว ในช่วงที่ผ่านมา 4 ปี บ้านเมืองเราสงบสุข ทุกอย่างมีความก้าวหน้า เจริญเติบโต เราจะทำลายโอกาสของเราได้อย่างไร เราจะเอาการเมืองมาทำลายกันหรือ นายกฯ ระบุ ด้าน พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมวกลาโหม ย้ำเช่นกันว่า ไม่มีการเลื่อนการเลือกตั้ง เรายังยึดวันที่ 24 กพ2562 อยู่ แต่ที่ฝ่ายการเมืองเขายังไม่เชื่อนั้น เขาจะเชื่อได้อย่างไร เพราะเป็นคนละฝ่ายกัน เราไม่เลื่อนการเลือกตั้ง ทุกอย่างทำตามโรดแมป ส่วนจะเลื่อนหรือไม่นั้น อยู่ที่ กกต แต่เรายืนยันของเราว่าเดินตามโรดแมป ไม่รู้ ต้องไปถาม กกต และคำสั่งนี้ออกมาเพื่อปกป้อง กกตไม่ให้ถูกฟ้องร้อง พลอประวิตรตอบคำถามถึงคำสั่งหัวหน้า คสชเป็นการเอื้อพรรคการเมืองบางพรรค นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ยืนยันว่า คำสั่งหัวหน้า คสชที่ 16/2561 ไม่ได้เป็นการครอบงำการทำงานของ กกต ไม่เกี่ยวกันเลย และอีกหน่อยจะรู้เองว่ามีผลดีอะไรขึ้น ยืนยันว่าทุกอย่างไม่กระทบต่อการเลือกตั้งแน่นอน ไม่กระทบวันรับสมัคร สส ไม่กระทบวันประกาศใช้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส ไม่กระทบกับอะไรเลย โดยข้อดีของประกาศคือ ใช้คุ้มครอง กกตเพื่อให้เกิดความมั่นใจ เพราะมีสัญญาณอะไรบางอย่างที่จะจับผิด กกตว่าสิ่งที่ทำไปไม่ถูกต้อง และคำสั่งไม่ได้เอื้อกับพรรคการเมืองใดน่าสังเกตว่าตามกำหนดการเดิม นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต มีวาระงานที่จะร่วมเป็นเกียรติในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่างสำนักงาน กกตกับกรมราชทัณฑ์ แต่เมื่อถึงเวลานายอิทธิพรได้ยกเลิก โดยระบุว่าติดประชุม และมอบหมายให้ พตอจรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกตลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับ พตอณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์แทน ซึ่งคาดว่าอาจเป็นเพราะคำสั่งหัวหน้า คสชที่ 16/2561 ที่กำลังเป็นวาระร้อนและอาจถูกสื่อมวลชนซักถามต่อเนื่องส่วนความคิดเห็นของฝ่ายการเมืองในเรื่องนี้นั้น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท) กล่าวว่า เป็นบันไดอีกขั้นหนึ่ง หรืออีกวิธีการหนึ่งที่ผู้มีอำนาจต้องการเข้าสู่อำนาจอีกครั้งหลังการเลือกตั้งได้ เพราะจริงๆ แล้วเขตเลือกตั้งแบ่งเรียบร้อยแล้ว รอเพียง กกตลงนาม แต่ท้ายที่สุดก็มีการประกาศใช้มาตรา 44 ขึ้นมา จึงอยากเตือนว่าการทำอะไรที่ฝืนหลักความจริง ฝืนความรู้สึกของประชาชน และฝืนกฎหมายไม่ควรเกิดขึ้น เพราะเป็นการกระทำที่ทำในช่วงที่ประเทศได้ประกาศไปทั่วโลกว่าเรากำลังคืนประชาธิปไตยกลับสู่ประเทศ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นใบเสร็จที่เป็นหลักฐานยืนยันได้ว่ามีการวางงานทำเป็นกระบวนการในการดูดอดีต สสให้ย้ายพรรค โดยอ้างว่าจะแบ่งเขตให้ได้เปรียบและนำไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้ง ซึ่งมีการพยายามแบ่งเขตเพื่อเอื้อต่อการได้รับชัยชนะในหลายจังหวัด อาทิ นครพนม นครราชสีมา อุบลราชธานี รวมถึง กทมหนูนาขอให้ตาหายไวๆ นสกัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ) กล่าวว่า ขอให้กำลังใจ กกตและประธาน กกตที่ป่วย จนทำให้ต้องเลื่อนการประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งอยากให้หายเร็วๆ เพื่อการเลือกตั้งจะได้ชัดเจน และขอเป็นกำลังใจให้ เพราะสมัยนี้มีโรงพยาบาลดีๆ มีมาก ส่วนที่หลายฝ่ายวิจารณ์ว่า กกตถูกอำนาจบางอย่างแทรกแซง ยังเชื่อมั่นใน กกตว่าจะไม่แลกศักดิ์ศรีของตัวเองไปกับการยอมให้อำนาจบางอย่างแทรกแซง ส่วน รทปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (พท) กล่าวว่า กกตเป็นองค์กรอิสระ ไม่ควรมีใครครอบงำ ดังนั้นขอให้ กกตทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ทั้งการประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง และการออกระเบียบต่างๆ โดยคำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพ เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้จะถูกจับจ้องจากสังคมโลก กกตจึงต้องจัดการเลือกตั้งให้มีความเสรี โปร่งใส และอยากให้ผู้มีอำนาจอย่าแทรกแซงการทำหน้าที่ของ กกต วันเดียวกัน ยังคงมีผลพวงจากกรณีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน นำกลุ่มสามมิตร 60 คนเข้า พปชร โดยกรณีนายสมศักดิ์ระบุรัฐธรรมนูญ 2560 ออกแบบมาเพื่อพวกเรานั้น พลอประยุทธ์ระบุว่าที่แกนนำต่างๆ ออกมาพูดเหล่านี้ก็เป็นเรื่องของการพูด ถ้าฟังหรือเอามาเป็นปัญหาทุกอันมันก็ไปไม่ได้หมด ไม่ไปตอบโต้หรือโต้แย้ง เมื่อถามถึงกรณีแกนนำ พปชรระบุจะเสนอชื่อ พลอประยุทธ์เป็นนายกฯ คนเดียว สนใจและพร้อมรับหรือไม่ พลอประยุทธ์ตอบว่า เรื่องการเสนอชื่อยังไม่เห็นมีใครมาเสนอสักที การเสนอชื่อก็ต้องมาพบปะเป็นเรื่องเป็นราว ไม่ใช่ไปพูดกันในสื่อ ในอะไรต่างๆ เหล่านี้ ผมจะมีอะไรก็อยู่ในใจ เพราะในใจก็คือในใจ จะใช้คำว่านอกใจก็ไม่ได้ แต่ถ้าข้างนอกก็อีกเรื่องหนึ่ง เอาไว้ผมจะพูดอีกทีก็แล้วกัน ยังมีเวลาอยู่ พลอประยุทธ์กล่าว ส่วน พลอประวิตรกล่าวตอบคำถามถึงกระแสข่าวนายทหารใกล้ชิดในภาคอีสานเดินเกมดูด สสให้พรรค พปชรว่า ไม่จริง และคนในกองทัพสนิทกันทุกคน หลายครั้งก็ถูกอ้างชื่อ พลตตสุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองก็ถูกอ้าง ซึ่งก็จับกุมและแถลงข่าวไปแล้ว เมื่อเขาอ้างจะทำอะไรได้ แล้วไปเชื่อกันทำไม ผมบอกตลอดไม่ให้เอาชื่อไปอ้าง แต่ก็มีการอ้างอยู่ทุกวัน ทุกเรื่อง ยืนยันว่าผมไม่เกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชารัฐ พลอประวิตรกล่าว ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมวพาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการ พปชร กล่าวถึงกรณีประกาศว่า พปชรจะกวาด สส 350 ที่นั่ง ว่าพูดกับสมาชิกและผู้สมัครของพรรค เป็นการพูดให้กำลังใจกับสมาชิกที่ประสงค์จะลงรับสมัคร สส เพื่อให้เกิดกำลังใจในการทำงานทั้ง 350 เขต และเกิดความเข้มแข็งในพื้นที่ จึงพูดไปว่าถ้ามีบุคลากรคุณภาพมากมายขนาดนี้ ก็อาจได้ทั้ง 350 เขต เป็นเพียงวาทกรรมให้กำลังใจ ไม่ได้หมายความว่าเราจะกวาด 350 เขต ซึ่งทางการเมืองเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เรื่องเป้าหมาย สสกี่คนนั้น พรรคจะทำให้ดีที่สุดในการทำงาน แน่นอนว่าพรรคต้องทำหน้าที่เต็มความสามารถ ทั้งตัวบุคคลและนโยบาย ส่วนผลจะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องของพี่น้องประชาชนจะตัดสินใจและลงคะแนน คงไม่สามารถบอกได้ว่าจำนวนเป็นเท่าไร ส่วนพรรคจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่นั้น เราทำดีที่สุดก่อน ขอทำเป็นขั้นตอน ถึงวันนั้นผลเป็นอย่างไรค่อยมาว่ากันอีกที คิดว่าทุกพรรคคิดคล้ายๆ กัน ถามถึงความชัดเจนในการลาออกจากตำแหน่ง รมวพาณิชย์ ไปทำงานการเมืองเต็มตัวนั้น นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ใกล้เข้าไปทุกที เรามีกำหนดการตามกรอบเวลา และจะเป็นไปตามขั้นตอน ขอให้สบายใจ จะเห็นว่าการที่พวกเราอยู่ในตำแหน่ง เรายึดกติกาการทำงานใน 2 สถานภาพค่อนข้างมาก อย่างเช่นที่ให้สัมภาษณ์เรื่องการเมืองตอนนี้ เพราะลากิจไว้จนถึง 1030 นเรียงหินชี้แค่ปลุกใจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำ พปชร กล่าวถึงกรณีการพูดถึงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา ว่าพูดจริง แต่หมายถึงพรรคการเมืองขนาดกลาง และพรรคการเมืองขนาดเล็ก รวมถึงพรรคการเมืองหน้าใหม่ที่ไม่มีฐานเสียงมาก่อน เป็นการพูดปลุกใจให้บรรดาผู้สมัครหน้าใหม่ๆ แม้ประเด็นนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ผมก็ไม่ได้ไปสนใจอะไร และไม่คิดไปตอบโต้ให้เป็นประเด็นยืดยาว เพราะจุดเด่นของพรรคนั้น ไม่นิยมความขัดแย้ง ต้องการให้ประเทศสงบ ไม่ต้องการให้ประชาชนรู้สึกว่าเรายึดติดกับความขัดแย้ง เราจะเสียเวลากับเรื่องเดิมๆ ไม่ได้ นายสมศักดิ์กล่าว นายธนกร วังบุญคงชนะ สมาชิก พปชรชี้แจงถึงกรณีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตแกนนำกลุ่มสามมิตรระบุว่า พปชรเปิดตัวยิ่งใหญ่กว่าสมัยพรรคไทยรักไทยนั้น คงเป็นความรู้สึกที่ท่านสัมผัสได้ ดังนั้น อย่าพยายามสร้างเงื่อนไข สาดโคลนโจมตีใคร เพราะมันจะนำไปสู่ความขัดแย้งอีก และขอยืนยันว่า พปชรไม่ได้เป็นนั่งร้านหรือตัวแทนพรรคเผด็จการ แต่เป็นพรรคของพี่น้องประชาชนทุกคน แล้วพี่น้องประชาชนจะเป็นตัดสินเองว่าจะให้โอกาสพรรคใดขณะเดียวกันยังคงมีความเคลื่อนไหวเรื่องสมาชิกพรรคอย่างคึกคัก โดยเฉพาะพรรคไทยรักษาชาติ (พท) โดยมีกลุ่มบุคคลเดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค ทั้งนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีต รมวศึกษาธิการ, นายปิยวัชร นิยมฤกษ์ อดีตรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ, นายมารุต จิตรปฏิมา อดีตเอกอัครราชทูตสิงคโปร์, พลออสมชาย เธียรอนันท์ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพอากาศ และอดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด, พลอยศนันท์ หร่ายเจริญ อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ นพเชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต สสบัญชีรายชื่อ พท โดยมี รทปรีชาพล และแกนนำ ทษชต้อนรับ นายปิยวัชรกล่าวว่า ยินดีที่ได้มีโอกาสมาแสดงสิทธิทางการเมืองในฐานะประชาชน และด้วยประสบการณ์อยากสนับสนุน ทษช ซึ่งเป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ เพราะอนาคตประเทศจะผูกพันกับอนาคตโลก ที่ผ่านมาเราเสียเวลากับภาวะการเมืองที่ขลุกขลัก ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศกระทบกระเทือน ดังนั้นจึงอยากเข้ามาให้คำปรึกษา และแชร์ประสบการณ์ที่สั่งสมมา ปรับภาพลักษณ์ประเทศให้เป็นประชาธิปไตยสากล ขณะที่ พลอยศนันท์กล่าวว่า ได้คุยกับผู้ใหญ่ของพรรคแล้วเห็นชอบใน 2 เรื่องคือ 1ไขว่คว้าโอกาสทางเศรษฐกิจเพื่อแก้ปัญหาปากท้องประชาชน และ 2ยึดมั่นในความเป็นพี่น้องร่วมชาติ เพราะเรามีศูนย์รวมจิตใจเดียวกัน ไม่ว่าจะเหนือสุดเชียงรายหรือใต้สุดสยาม เราก็คือพี่น้องร่วมชาติ ส่วนนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษก พทกล่าวว่า พรรคยังคงมั่นคงเป็นปึกแผ่น ยังมีบุคลากรที่มีคุณภาพ เชี่ยวชาญในทุกด้าน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ซึ่งพรรคพร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีกครั้ง แม้ว่าแกนนำจำนวนหนึ่งลาออกไป แต่คาดว่าหลังเลือกตั้งแล้วจะมีโอกาสได้ทำงานร่วมกันในรัฐสภา เพราะทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคไทยรักษาชาติต่างยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ไม่เอาเผด็จการเช่นเดียวกัน ส่วนที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ) นายสดใส รุ่งโพธิ์ทอง นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ได้มากรอกใบสมัครเป็นสมาชิกพรรค ชทพ มี นสกัญจนาให้การต้อนรับ โดยนายสดใสกล่าวถึงกระแสข่าวไปพรรค พปชรว่าไม่เป็นความจริง แต่ที่เป็นข่าวเพราะมีสมาชิกพื้นที่ปทุมธานีคนหนึ่งที่ไปสังกัดพรรค พปชร อยากให้ไปเป็นหัวหน้าทีม จึงให้นายชวน ชูจันทร์ กรรมการบริหารพรรค พปชรโทรศัพท์มาพูดคุย แต่ได้ยืนยันไปแล้วว่าทำงานกับพรรค ชทพ สำหรับการเดินสายหาสมาชิกนั้น ที่คิงคอง ไรซ์ ริม ถนนเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-นครราชสีมา คุณหญิงสุดารัตน์ พร้อมแกนนำพรรค ได้ลงพื้นที่พบปะชาวขอนแก่น พร้อมเปิดสถานที่รับสมัครสมาชิกพรรค ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักและเป็นกันเอง มีการร่วมกันถ่ายภาพรวมและถ่ายเซลฟีเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช) พร้อมแกนนำ ได้เริ่มกิจกรรมเดินคารวะแผ่นดินอย่างต่อเนื่อง ที่บริเวณตลาดสดมหาราช เทศบาลเมืองกระบี่ ซึ่งก็มีเหตุขลุกขลักในระหว่างทางบ้าง แต่ก็ไม่มีเหตุรุนแรง ส่วนใหญ่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีNew Dem จับไก่อนาคตใหม่ ยังมีกรณีที่น่าสนใจในกรณีกลุ่ม New Dem หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) ซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีกับคนรุ่นใหม่พรรคต่างๆ จัดกิจกรรมฟุตบอลและแชร์บอลในกีฬาสีกระชับมิตรในวันที่ 1 ธคนั้น โดยพรรคอนาคตใหม่ (อนค) ได้ออกแถลงการณ์ขอถอนตัวเนื่องจากมีการเชิญพรรคพลังประชารัฐ (พปชร) เข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่ง อนคมีจุดยืนที่ไม่อาจประนีประนอมได้ เรื่องการไม่เอาการสืบทอดอำนาจของ คสช จึงไม่อาจร่วมกิจกรรมกับพรรคที่เป็นกลไกสืบทอดอำนาจของ คสชโดยตรงได้ และต่อมานายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส หนึ่งในกลุ่ม Next Gen คนรุ่นใหม่พรรคเพื่อไทยที่ได้ประชุมร่วม New Dem ในการจัดกิจกรรมได้โพสต์เฟซบุ๊กถอนตัวเช่นกันนั้น ล่าสุดกลุ่ม New Dem ออกแถลงการณ์กรณีพรรคอนาคตใหม่ถอนตัว ว่า 1New Dem รู้สึกประหลาดใจกับการเปลี่ยนใจและถอนตัวของพรรคอนาคตใหม่ ที่ให้เหตุผลว่า อนคเพิ่งรับทราบในที่ประชุมวันนี้ ว่าเชิญชวนพรรคพลังประชารัฐเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากคำเชิญตั้งแต่แรกมีการเผยแพร่รายชื่อพรรคการเมืองที่ได้เชิญชวนอย่างชัดเจน ซึ่ง 2 พรรคในนั้นก็คือ พปชรและ อนค หลังจากนั้น อนคจึงมาตอบรับเข้าร่วมกิจกรรม เพราะฉะนั้นคงเป็นไปไม่ได้ที่พรรค อนคจะทราบเป็นครั้งแรกในที่ประชุมวันนี้ ว่าเชิญชวน พปชรเข้าร่วมด้วย ตามที่ อนคประกาศ 2New Dem รู้สึกผิดหวัง แต่เคารพในสิทธิและการตัดสินใจของ อนค เพราะเรามองว่าการแข่งกีฬากระชับมิตรร่วมกันเป็นนิมิตหมายอันดีที่พรรคการเมืองซึ่งมีอุดมการณ์แตกต่างกัน และพร้อมลงแข่งขันกันในระบอบประชาธิปไตยผ่านการเลือกตั้งที่จะมาถึง สามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้ เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างบรรยากาศทางการเมืองที่สร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น 3New Dem เปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอของหลายพรรคการเมืองที่สนใจกับกิจกรรมนี้ และได้ตอบรับข้อเสนอที่ให้กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ทุกพรรคร่วมจัด โดยทุกพรรคเป็นเจ้าภาพ 4เพื่อให้จุดประสงค์ของงานร่วมกันทำประโยชน์เพื่อสังคมมากไปกว่าการเล่นกีฬาเพื่อกระชับมิตร New Dem ได้เสนอให้ร่วมระดมทุนที่ได้จากการจัดงานและจากพรรคการเมืองที่เข้าร่วมนำไปบริจาคให้มูลนิธิและองค์กรเพื่อสังคมต่างๆ ที่ทุกพรรคเห็นว่าเหมาะสม ซึ่งข้อเสนอนี้ก็ได้รับการยอมรับจากทุกพรรคที่เข้าร่วมการประชุม และ 5New Dem และพรรคที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม ยังคงจัดงานต่อ เพราะ ณ เวลาที่ อนคถอนตัวก็ได้รับคำตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมจากตัวแทนของพรรคชาติพัฒนา (คุณเยาวภา บุรพลชัย) พรรคภูมิใจไทย (คุณจิตรภณ ทิพย์โภคาสกุล) พรรครวมพลังประชาชาติไทย (คุณเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์) พรรคเกียน (คุณสมบัติ บุญงามอนงค์) พรรคเพื่อไทย (คุณตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส) พรรคเสรีรวมไทย (คุณจักรพงศ์ บุปผา) พรรคกลาง (คุณอัษฎางค์ สมบูรณ์ผล) และพรรคพลังท้องถิ่นไทย (twitter-admin พรรคพลังท้องถิ่นไท) ในช่วงเช้าที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) รอทรงกลด ชื่นชูผล หรือผู้กองปูเค็ม อดีตนายทหารบกที่มักมีการเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ให้สืบสวนข้อเท็จจริงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค มีส่วนทุจริตในการหยั่งเสียงเลือกตั้งหัวหน้าพรรคหรือไม่ นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคฝ่ายการเมือง ปชป กล่าวว่า รอทรงกลดเคยเป็นสมาชิกพรรคจริง แต่ได้แจ้งขอลาออก ซึ่งมีผลไปเมื่อวันที่ 8 พย2560 ซึ่งไม่ใช่ รอทรงกลดไม่ใช่สมาชิกพรรค แต่พยายามยื่นเรื่องก้าวก่ายในกิจการภายในของพรรค ไม่ทราบว่าไปรับงานของใคร แต่หากเข้าไปดูในเฟซบุ๊กของผู้กองปูเค็ม ก็สามารถอนุมานได้ว่าสัมพันธ์กับบุคคลคนใดเป็นพิเศษ

21 พย61- เพจ พรรครวมพลังประชาชาติไทย - ACT Party โพสต์รูปภาพและรายละเอียดการลงพื้นที่ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานคณะทำงานรณรงค์เชิญชวนประชาชนสมัครสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย ระบุ ลุยฝนเดินคารวะชาวพังงา

ฮุยซง 2021-06-22 08:29:22

ได้ฤกษ์ลากตั้ง กกตสั่งจับฮั้ว! สร้างสีสัน สว 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น

ไม่มีเสียง 2021-06-22 08:29:22

ได้ฤกษ์ลากตั้ง กกตสั่งจับฮั้ว! สร้างสีสัน สว 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น , ครมเท 123 แสนล้านบาท ผุดมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ข้าราชการบำนาญและผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง โฆษกรัฐบาลปัดพัลวันเปล่าแจกดะช่วงใกล้เลือกตั้ง นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เมื่อวันที่ 20 พยที่ผ่านมาว่า ที่ประชุม ครมได้เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ข้าราชการบำนาญ และผู้มีรายได้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง คิดเป็นวงเงินดำเนินการรวมกว่า 123 แสนล้านบาท โดยคาดว่ามาตรการทั้งหมดจะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2561 ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ 007% เนื่องจากมาตรการมีกรอบเวลาดำเนินการถึงปี 2562 ซึ่งเชื่อว่าจะส่งผลดีกับภาพรวมเศรษฐกิจได้ดีกว่าปีนี้ นายลวรณกล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ มีวงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 387 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 4 มาตรการ ได้แก่ 1มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและน้ำประปา ซึ่งจะส่งผลให้ผู้มีรายได้น้อยมีภาระค่าครองชีพลดลง โดยกำหนดให้กรณีค่าไฟฟ้าให้ใช้ไฟฟ้าในวงเงินไม่เกิน 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีน้ำประปา ให้ใช้ได้ในวงเงินไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน โดยมาตรการดังกล่าวมีผลตั้งแต่ ธค2561 ถึง กย2562 รวมระยะเวลา 10 เดือน โดยกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือผู้ผ่านคุณสมบัติการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งหมด 145 ล้านคน โดยในจำนวนนี้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คิดเป็น 82 ล้านครัวเรือน โดย 1 ครัวเรือนใช้ได้เพียง 1 สิทธิเท่านั้น ในส่วนนี้มีวงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 27 หมื่นล้านบาท 2มาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปีให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในการซื้อสินค้าและบริการเพิ่มเติมในเดือน ธค2561 เป็นเงิน 500 บาทต่อคน (ได้รับครั้งเดียว) โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 145 ล้านคน โดยจะใช้วงเงินดำเนินการ 725 พันล้านบาท 3มาตรการช่วยเหลือค่าเดินทางไปรับการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นเกี่ยวกับสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย จำนวน 1 พันบาทต่อคน (ได้รับครั้งเดียว) โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้มีรายได้น้อยที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป จำนวน 35 ล้านคน ระยะเวลาดำเนินการ ธค2561 ถึง กย2562 ใช้วงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 35 พันล้านบาท 4มาตรการช่วยเหลือค่าเช่าบ้านสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย จำนวน 400 บาทต่อคนต่อเดือน ระหว่างเดือน ธค2561 ถึง กย2562 สำหรับผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการ ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 22 แสนคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 23 แสนคนในเดือน กย2562 โดยใช้วงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 920 ล้านบาท ขณะที่นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครมเห็นชอบแนวทางการปรับปรุงแก้ไขพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ โดยกำหนดให้ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับของกระทรวงกลาโหม ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ บำนาญพิเศษ เพราะเหตุทุพพลภาพ บำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาท ผู้อุปการะ หรือผู้อยู่ในอุปการะ ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ซึ่งได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญรวมทุกประเภท และเงินช่วยค่าครองชีพ ทั้งหมดต่ำกว่าเดือนละ 1 หมื่นบาท ให้ได้รับเงินช่วยค่าครองชีพเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนที่ขาดไปให้ครบ 1 หมื่นบาท ทั้งนี้ คาดว่าจะมีข้าราชการที่อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว จำนวน 527 หมื่นคน คิดเป็นวงเงินงบประมาณดำเนินการ 559 ล้านบาทต่อปี หรือ 46 ล้านบาทต่อเดือน เมื่อ 2-3 ปีก่อน ค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 300 บาท ดังนั้นเงินบำเหน็จบำนาญและเงินช่วยค่าครองชีพที่รัฐบาลกำหนดจึงอยู่ที่ 9 พันบาท แต่ปัจจุบันค่าแรงขั้นต่ำปรับเพิ่มขึ้นเป็น 330 บาทต่อวัน ครมจึงเห็นชอบขยายเงินในส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นบาทต่อเดือน เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น นายณัฐพรกล่าว นายณัฐพรกล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครมยังเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราและวิธีการรับบำเหน็จดำรงชีพ โดยกำหนดให้ผู้รับบำนาญที่มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 5 แสนบาท กรณีมีการใช้สิทธิไปแล้ว ให้สามารถขอรับสิทธิในส่วนที่ไม่เกินส่วนของผู้นั้น แต่ไม่เกิน 5 แสนบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมจากเดิมที่กำหนดให้ผู้รับบำนาญที่มีอายุต่ำกว่า 65 ปีบริบูรณ์ ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 2 แสนบาท และผู้รับบำนาญที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 4 แสนบาท แต่หากใช้สิทธิไปแล้ว ให้รับตามสิทธิในส่วนที่ไม่เกินสิทธิของผู้นั้น แต่ไม่เกิน 4 แสนบาท อย่างไรก็ดี คาดว่าจะมีผู้รับบำนาญที่เข้าเกณฑ์ประมาณ 159 แสนราย โดยมีวงเงินที่ใช้ในการดำเนินการทั้งสิ้น 247 หมื่นล้านบาท นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส) เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครมเห็นชอบให้ ธอสจัดทำโครงการบ้านล้านหลังภายใต้วงเงินรวม 6 หมื่นล้านบาท ให้ผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงานหรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ มีบ้านอยู่อาศัย โดยวงเงินแบ่งเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับลูกค้ารายย่อย 5 หมื่นล้านบาท สำหรับซื้อบ้านไม่ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ตั้งวงเงินกู้ไว้ 2 หมื่นล้านบาท ให้ผ่อนนานถึง 40 ปี อัตราดอกเบี้ย แบ่งเป็นกรณีรายได้ไม่เกิน 25 บาท/คน/เดือน อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-ปีที่ 5 คงที่ 300% ต่อปี กรณีรายได้เกิน 25 หมื่นบาท/คน/เดือน ตั้งวงเงินกู้ไว้ 3 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-ปีที่ 3 คงที่ 300% โดยทั้ง 2 กรณีเงินกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระ 3 ปีแรกเริ่มต้นเพียง 38 พันบาท นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม) ในมาตรการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการอนุมัติโครงการเพื่อผู้สูงอายุ รวม 86,994 ล้านบาท จนถูกมองหวังผลเลือกตั้งว่า หลายโครงการไม่ได้เพิ่งมาคิดและทำในวันนี้ เพราะมีกระบวนการสอบถามความเห็นจากประชาชน ซึ่งใช้เวลามาพอสมควร แต่มาประจวบเหมาะกับเวลาช่วงสิ้นปีพอดี ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง เพราะรัฐบาลมีตัวเลขผู้สูงอายุและผู้มีรายได้น้อยอยู่แล้ว ซึ่งที่แล้วมายังไม่มีรัฐบาลใดออกนโยบายส่งตรงไปยังผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือด้านการเดินทาง การใช้ชีวิต การรักษาพยาบาล โดย พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช ระบุว่าในอนาคต ไม่ว่ารัฐบาลชุดใดเข้ามา ควรนำแนวทางนี้ไปปฏิบัติ เพราะถือว่าตอบรับสังคมผู้สูงวัยในอนาคต นอกจากนี้ยังเห็นประชาชนมีภาระต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากในวงปีใหม่ จึงได้ให้ 500 บาท สำหรับผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าว。ก่อนจะปลดล็อก กัญชา พัฒนา กัญชง ไปถึงไหนแล้ว? 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น 。

ผมสีแดง 2021-06-22 08:29:22

ผวากลุ่มทุนผูกขาดสบช่อง ฮุบผลประโยชน์จากกัญชา 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น ไบโอไทยพบข้อมูลต่างชาติยื่น 13 คำขอสิทธิบัตรเกี่ยวกับกัญชา มี 2 คำขอละทิ้ง เหลือ 11 คำขอ แฉกรมทรัพย์สินฯ ถอนแค่ฉบับเดียว อีก 10 ยังเดินหน้าต่อ แถมกำลังจะได้สิทธิบัตรอีก 2 ขณะที่ มรังสิตผวา 3 กลุ่มทุนผูกขาดสวาปาม ด้าน สนธิรัตน์ แจงยิบทุกอย่างเปิดเผย ตรวจสอบได้ นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถึงกรณีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกมาประกาศแก้ปัญหาการจดสิทธิบัตรกัญชาว่า การที่นายสนธิรัตน์ออกมาพูดมีการถอนสิทธิบัตรกัญชานั้น จริงๆ แค่เพิกถอน 1 ตัว โดยจากข้อมูลที่ทางเครือข่ายฯ ได้สืบค้นในฐานข้อมูลกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่พอจะหาได้ พบว่าล่าสุดมีต่างชาติมายื่นขอสิทธิบัตรเกี่ยวกับกัญชา 13 คำขอ โดยมี 2 คำขอละทิ้ง จะเหลือ 11 คำขอ ปรากฏว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุว่า ถอนสิทธิบัตรกัญชาที่ขัด ม9 (1) เรื่องสารธรรมชาติในกัญชาจดไม่ได้ ซึ่งมีแค่ 1 คำขอเท่านั้น แต่ที่เหลืออีก 10 คำขอยังเดินหน้าต่อไป ที่สำคัญตนพบว่ามี 2 คำขอที่กำลังจะได้สิทธิบัตร ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องลดอาการปวด และเป็นการยื่นขอสิทธิบัตรเรื่องสารในกัญชาที่เรียกว่า THC นายวิฑูรย์กล่าวว่า อยากให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุให้ชัดว่า ที่มาขอจดนั้นไม่เกี่ยวกับสารในกัญชา ซึ่งเป็นสารในธรรมชาติจริงๆ เพราะค่อนข้างไม่มั่นใจ และหากให้สิทธิบัตรแล้วจะกระทบต่อนักวิจัยที่พัฒนาสารสกัดกัญชาเพื่อทางการแพทย์หรือไม่ อีกทั้งที่เรากังวลคือ ที่ยังยื่นคำขออยู่นั้น ไม่ขัดกับ ม9 (1) และไม่ขัดต่อ ม9 (4) ที่ไม่ให้อ้างสรรพคุณด้วยหรือไม่ รวมไปถึง ม5 ของ พรบสิทธิบัตรฯ ระบุว่าต้องเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ซึ่งหลายอย่างภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยมีการนำมาใช้อยู่แล้ว ตรงนี้กรมทรัพย์สินฯ ต้องชัดเจน อีกทั้งล่าสุดทราบข่าวมาว่าทางคุณสนธิรัตน์ต้องการหารือร่วมกับกลุ่มนั้นก็ยินดี รอแค่มีการติดต่อมา อย่างไรก็ตาม ในส่วนของภาคประชาสังคมต้องเดินหน้าปกป้องสิทธิของคนไทย เพราะกรณีที่เกิดขึ้นชัดเจนว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญา ไม่มีความพยายามในการปกป้องสิทธิของคนไทย นักวิจัยไทย ถ้าไม่มีการตรวจสอบหรือพบเรื่องนี้ ก็คงเลยตามเลยหรือไม่ นายวิฑูรย์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางเครือข่ายฯ และทางมหาวิทยาลัยรังสิตได้ทำหนังสือส่งถึง พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เพื่อขอให้พิจารณาและปกป้องสิทธิคนไทย โดยปฏิรูปกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพราะไม่ใช่แค่เรื่องสิทธิบัตรกัญชาเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องสิทธิบัตรอื่นๆ รวมทั้งจะเสนอให้นายกฯ พิจารณาแก้ไขตัวร่างกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ที่กำลังผลักดันอยู่ ว่า เปิดโอกาสให้เอกชนคนไทยได้มีสิทธิวิจัยพัฒนาและผลิตเพื่อประโยชน์ของคนไทยได้ด้วย ไม่ควรให้มีการผูกขาดโดยรัฐ ด้านนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงกรณี รมวพาณิชย์มีคำสั่งให้ยกเลิกคำขอสิทธิบัตรกัญชาว่า การเพิกถอนคำขอสิทธิบัตรกัญชาเพียง 1 คำขอ ยังไม่เป็นที่วางใจ เพราะยังเหลืออีก 8 คำขอ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด ซึ่ง รมวพาณิชย์ก็อ้างว่า 8 คำขอนี้เป็นการใช้สารสกัดจากกัญชาที่ไปปนกับยาอื่น แต่เมื่อไม่มีการเปิดเผย ก็เป็นที่น่าสงสัยว่าจริงหรือไม่ หรือหากจริง ก็ต้องมาดูว่าเป็นการจดในการรักษาโรคอะไร วิธีการใช้ซ้ำกับสิ่งที่ไม่ควรจดสิทธิบัตรหรือไม่ ตรงนี้ยังเป็นความลับ ไม่มีใครทราบ อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าทางที่ดีควรจะเพิกถอนคำขอออกไปทั้งหมด เพราะที่ผ่านมากัญชายังเป็นยาเสพติด คนไทยยังไม่มีการทดลองใช้สาร THC และ CBD ในมนุษย์เลย เมื่อมีความเหลื่อมล้ำของงานวิชาการ ควรจะต้องยกเลิกคำขอทั้งหมด จะปล่อยให้ต่างชาติจดสิทธิบัตรโดยที่คนไทยยังไม่เคยวิจัยได้อย่างไร และประเทศไทยระบุว่า ในการใช้กัญชาทางการแพทย์มีข้อบ่งชี้เพียง 4 กลุ่มโรค โดยอ้างจากงานวิจัยของเมืองนอกว่าทำได้เท่านี้ ถือว่าเป็นกลุ่มโรคที่แคบมาก แต่กลับปล่อยให้ต่างชาติยื่นคำขอสิทธิบัตรกัญชาเรื่องมะเร็ง แต่คนไทยต้องรออย่างน้อย 5 ปี จากงานวิจัยของภาครัฐ ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นี้ได้อย่างไร จึงมองว่าต้องเซตซีโรยกเลิกคำขอไปทั้งหมด นายปานเทพกล่าวว่า นอกจากต่างชาติเดินหน้าจดสิทธิบัตรแล้ว ยังมีอีก 2 เรื่องที่น่ากังวลและต้องติดตาม คือ 1การแก้ไขกฎหมายยาเสพติดที่แก้โดยให้ระบุว่า เพื่อประโยชน์ของทางราชการ และ 2ยังไม่ระบุให้แพทย์แผนไทยได้ใช้ ซึ่งต้องมาดูว่าจะแก้กฎหมายออกมาในลักษณะใด เพราะหากแก้กฎหมายเพื่อประโยชน์ราชการ ถามว่าแพทย์แผนไทยจะไปปรุงยาตามคลินิกของแพทย์แผนไทยได้อย่างไร เพราะบางกรณีต้องปรุงสด ปรุงกับน้ำกระสาย หรือต้องเพาะปลูกและทำเดี๋ยวนั้น เพราะมีเวลา มีฤดูกาล มีสูตรที่กำหนดไว้ บางครั้งต้องใช้เป็นช่อ ใบ หรือดอก แต่ถ้ากฎหมายปลดล็อกให้แพทย์แผนไทยได้ จะไม่มีใครผูกขาดสัมปทานกัญชาได้เลย ซึ่งการแก้กฎหมายฉบับ สนชนี้ ต้องดูว่าจะชิงธงให้ประโยชน์แพทย์แผนไทยอย่างเต็มที่ หรือทำลายแพทย์แผนไทยเพื่อหวังผูกขาด โดยเฉพาะต้องแก้ไขสองคำนี้คือ เพื่อประโยชน์ทางราชการ เป็นเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือไม่ และให้เอกชนทำได้แค่วิจัยและพัฒนา จะรวมถึงการครอบครองและจำหน่ายด้วยหรือไม่ ถ้าทำไม่ได้ก็แปลว่าธงนี้ยังเป็นเพื่อประโยชน์ของคน 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือต่างชาติที่ทำการจดสิทธิบัตรไว้ล่วงหน้า, กลุ่มที่สองคือกลุ่มที่กำลังรอให้ผูกขาดโดยภาครัฐ หวังเข้าสัมปทานเหมือนสุราแล้วผูกขาด และกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มทุนพลังงานกลุ่มหนึ่งอ้างว่าอยากจะลงทุนเรื่องยารักษาโรคมะเร็ง และมีความปรารถนาอยากร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ แต่ไม่มีใครรู้ว่ากลุ่มทุนนี้คาดหวังเรื่องกัญชาด้วยหรือไม่ ดังนั้น หากให้ผูกขาดโดยราชการ ก็มีโอกาสปล่อยต่ออีกทอดกับ 3 กลุ่มนี้วิ่งเต้นผูกขาดต่อ ถือว่าน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง นายปานเทพกล่าวว่า แพทย์แผนไทยจะต้องได้ใช้กัญชา และไม่ต้องวิจัยแล้ว เพราะวิจัยมาหลายร้อยปีแล้ว และมีการทดลองในมนุษย์จริงมานาน ซึ่งเจตนาขององค์การอนามัยโลกคือ แพทย์แผนโบราณแต่เดิมไม่ต้องวิจัยก็ใช้ได้ ยกเว้นกรณีความเป็นพิษหรือไม่สะอาดแค่นั้น พ้นจากนี้ต้องใช้ได้ ถ้าอ้างวิจัย 5 ปี ที่ทำทีละนิด 4 ตำรับ แต่แพทย์แผนไทยมีกว่า 2,000 ตำรับ การจะทำแบบนี้คือกีดกันไม่ให้แพทย์แผนไทยใช้หรือไม่ ซึ่งหากปลดล็อกกัญชาทางการแพทย์แบบนี้ เท่ากับขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 55 ซึ่งบอกว่าต้องสนับสนุนส่งเสริมแพทย์แผนไทยสูงสุดหรือไม่ ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีภาคประชาสังคมได้ตั้งข้อสังเกตว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญาเตรียมรับจดสิทธิบัตร 2 คำขอ ได้แก่ คำขอเลขที่ 0601002456 และคำขอเลขที่ 0501005232 ว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะ 2 คำขอดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้แจ้งปฏิเสธการจดสิทธิบัตรแล้ว แต่เนื่องจากในกระบวนการจดทะเบียนสิทธิบัตร เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบขั้นการประดิษฐ์อย่างละเอียดแล้ว จะต้องแจ้งผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบ และหากผู้ยื่นคำขอไม่เห็นด้วย ก็จะชี้แจงเหตุผล ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่ชี้แจง กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะยกเลิกคำขอตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ในการตรวจสอบคำขอจดสิทธิบัตร ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นคำขอที่มีสารสกัดจากกัญชาเป็นส่วนประกอบ หรือคำขอจดสิทธิบัตรอื่นๆ โดยที่ผ่านมา มีการพูดถึงคำขอจดสิทธิบัตรสารสกัดจากกัญชา 11 คำขอ ซึ่งเป็นไปตามข่าว แต่เมื่อมีข้อสงสัย จึงได้สั่งการให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปตรวจสอบข้อมูลคำขอสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับตำรับยา โดยมีสารสกัดจากกัญชาเป็นส่วนประกอบเพิ่มเติมว่ามีจำนวนเท่าใด ซึ่งได้รับรายงานว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 31 คำขอ คำขอสิทธิบัตรที่ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้น กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะประกาศโฆษณาเพื่อเปิดเผยรายละเอียดการประดิษฐ์แก่สาธารณะ ซึ่งประชาชนสามารถเข้าไปตรวจค้นในระบบได้ด้วยตนเองทางเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา และหากต้องการคัดสำเนาคำขอ ก็สามารถมาขอดำเนินการได้ที่กรม การดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ ดังกล่าวเป็นที่เปิดเผย ไม่มีการปกปิด และสามารถตรวจสอบได้ นายสนธิรัตน์กล่าว วันเดียวกัน ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล นายอัครเดช ฉากจินดา ที่ปรึกษายุทธศาสตร์การรณรงค์ขับเคลื่อนกัญชาเสรีประเทศไทย พร้อมภาคีเครือข่ายกลุ่มผู้นิยมพืชกัญชา ราว 30 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เพื่อขอให้รัฐบาลให้ปลูกเสรีกัญชาเพื่อทางการแพทย์บนผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง และเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงคัดค้านการให้สิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับพืชกัญชาแก่บริษัทต่างชาติ,อนุมัติ18หมื่นล อุ้ม ยาง-ปาล์ม ให้ไร่ละพันแปด 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น 。ได้ฤกษ์ลากตั้ง กกตสั่งจับฮั้ว! สร้างสีสัน สว 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น 。

คาร์ล 2021-06-22 08:29:22

กรุงเทพโพลล์สำรวจ หัวอกของพ่อค้าแม่ค้าในช่วงเทศกาลลอยกระทง 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 09:12 น ,ก่อนจะปลดล็อก กัญชา พัฒนา กัญชง ไปถึงไหนแล้ว? 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น 。ยังไม่ทันเลือกตั้ง! ลดาวัลลิ์ เผยเพื่อไทยพร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล 20 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 17:08 น 。

รุ่นก่อนหน้าโดย Xiangli 2021-06-22 08:29:22

ส่วนพรรคอันดับสองในอดีตอย่าง ประชาธิกัด ก็ยังฝ่าข้ามลำธารด้วยม้าอย่างอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ แบบไม่มีอะไรพลิกโผ เปลี่ยนไปจากโผแต่อย่างใด แต่หลังเลือกตั้งผ่านไปแล้ว หรือหลังผลเลือกตั้งออกมาแล้ว จะออกไปทางคึกๆ คักๆ หรือหนักไปทางโครมๆ ครามๆ อันนี้ไม่ถึงกับแน่ใจ เพราะช่วงระหว่างนี้อะไรต่อมิอะไรภายในพรรค ดูจะออกไปทางจุ๊กๆ จิ๊กๆ หนักยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุเพราะ ความเป็นเพื่อน กับ ความเป็นพรรค มันเกิดอาการซ้อนทับ แบบแยกไม่ออก บอกไม่ถูก ทั้งๆ ที่ผู้คนแต่ละรายภายในพรรค ล้วนแล้วแต่แก่ๆ ล้วนผ่านร้อน ผ่านหนาว มาด้วยกันทั้งสิ้น แต่ยังอุตส่าห์สะกดคำว่า ผู้หลัก-ผู้ใหญ่ ไม่ค่อยถนัดกันจนได้, รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน 2561 อ้างเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบของมาเลเซีย (เอ็มเอซีซี) ที่คุ้นเคยกับการสอบสวนนี้ ยืนยันว่านาจิบโดนเอ็มเอซีซีเรียกเข้าให้ปากคำนาน 4 ชั่วโมงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนเกี่ยวกับการจัดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำนี้。ก่อนจะปลดล็อก กัญชา พัฒนา กัญชง ไปถึงไหนแล้ว? 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น 。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

ผล บอล สด 888 ทีเด็ด บอล วัน นี้ลงทะเบียนฟรี| ถ่ายทอด สด ฟุตบอล ไทย กาบองการพนัน| ยิงปลาโชคดี apkเงินฟรี| ขนาด โก ล ฟุตบอล 7 คน2021โปรโมชั่น| พันธมิตร คา สิ โน| คะแนนฟุตบอลรับเงินบาท| พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันนี้ประเทศไทย| ฟุตบอลช่อง 3การพนัน| ฟุตบอล ชลุ้นบาท| เล่น ไพ่ ออนไลน์ แล้ว ได้ เงิน จริงการพนัน| ถามเรื่องคาสิโนมาเก๊าการเดิมพัน| สมัคร แทง บอล ออนไลน์ 168เงินฟรี| ผล บอล สด 3ทดลองใช้ฟรี| ผล คะแนน ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีกเงินฟรี| ผล บอล สด รายงาน โดย สปอร์ต พูล2021โปรโมชั่น| วิเคราะห์ บอล 365ประเทศไทย| ป๊อกเด้ง ออนไลน์ เงินจริง มือถือลงทะเบียนฟรี| เล่น สล็อต แจ็ ค พอ ตเงินฟรี| ฟุตบอล 94การเดิมพัน| ฟุตบอลออนไลน์ hd พากย์ไทยการเดิมพัน| บอลสด 2021ลงทะเบียนฟรี| สูตรบาคาร่า16882021 เล่นฟรี| ตาราง คะแนน บอล เช็ กการพนัน| ราคาบาสไหลลงทะเบียนฟรี| คาสิโนถูกกฎหมาย pantipเงินฟรี| อโยธยา ซิตี้ทดลองใช้ฟรี| วิเคราะห์ บอล 7mscorethai2021โปรโมชั่น| สูตร สล็อต ป๋า เซียน2021 เล่นฟรี| แทงบอล ถูกกฎหมายเงินฟรี| โปรแกรม บอล วัน พรุ่งนี้ thscoreการพนัน| สล็อต แปลว่ารับเงินบาท| ผล บอล สด ทุก ลีก ทั่ว โลก วัน นี้การพนัน| ดู บอล สด ประจวบ สุพรรณบุรีลุ้นบาท| ผล การ แข่งขัน ฟุตบอล ไทย กับ จีนเงินฟรี| ผล คะแนน บอล ล่าสุด2021โปรโมชั่น| กลอน พนัน บอลรับเงินบาท| เล่นพนันบอล| ฟุตบอล อุปกรณ์การพนัน| คาสิโน บ่อแก้ว| ผลบอลสด รีล มาดริดลงทะเบียนฟรี| เล่น สล็อต ยัง ไง ให้ ได้ แจ็ ค พอ ต2021 เล่นฟรี| แทง บอล ตาม เซียน2021โปรโมชั่น| ผลบอลสด ย้อนหลังเมื่อคืนประเทศไทย| พรีเมียร์ลีก ยู18ลุ้นบาท| วิเคราะห์ บอล ลีก เอิ ง 2การเดิมพัน| ตาราง คะแนน บอล ยู ฟ่าการเดิมพัน| ผล บอล สด รายงาน โดย สปอร์ต พูลรับเงินบาท| ถ่ายทอดสดฟุตบอล ฟรีทีวีลงทะเบียนฟรี| ผล บอล ไทย วัน นี้ สด ไทยรัฐ| ดูบอลสด ซานโตส2021 เล่นฟรี| ตาราง คะแนน คัด บอล โลก โซน อเมริกาใต้เงินฟรี| นอร์ท วชิราลัย เชียงใหม่ ยูไนเต็ดเงินฟรี| สมัครเล่นสล็อต ไม่มีขั้นต่ำเงินฟรี| วิเคราะห์บอลไทย ยู23ลุ้นบาท| ดู บอล สด ช่อง 8ลุ้นบาท| ผล บอล สด 4ประเทศไทย| ฟุตบอล ดารา pantip2021โปรโมชั่น| ถ่ายทอด สด ฟุตบอล แชมป์ เปีย น ลีกประเทศไทย| ผลบอลสด1การเดิมพัน| พรีเมียร์ลีก ปารีส2021 เล่นฟรี| วิเคราะห์บอล สเปนเงินฟรี| เว็บบอลต่างประเทศ| วิธี bet dota2ประเทศไทย| วิเคราะห์บอล นครราชสีมารับเงินบาท| เล่น พนัน บอล ยัง ไง| ฟุตบอล ยูโร2021โปรโมชั่น| ตาราง คะแนน บอล พรีเมียร์ ลีกลงทะเบียนฟรี| จีคลับสล็อตมือถือทดลองใช้ฟรี| กฎของเกมแบล็คแจ็คสามัญประเทศไทย| ผลบอลสดไทย t scoreรับเงินบาท| ร ร สอน ฟุตบอลรับเงินบาท| ฟุตบอล ยู192021 เล่นฟรี| งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ฟุตบอล2021โปรโมชั่น| เล่น ไพ่ ออนไลน์ แล้ว ได้ เงิน จริงการพนัน| ฟุตบอลช่อง 3 25622021โปรโมชั่น| คะแนน ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษเงินฟรี| ผล บอล สด ไทย สิงคโปร์ลงทะเบียนฟรี| ฟุตบอล สด กาตาร์ประเทศไทย| โปรแกรมพรีเมียร์ลีก ของลิเวอร์พูล2021 เล่นฟรี| วิเคราะห์ผลบอล100ทดลองใช้ฟรี| ลิขสิทธิ์ พรีเมียร์ ลีก ร้าน อาหาร2021โปรโมชั่น| ตาราง บอล สด ทุก ลีกลงทะเบียนฟรี| พรีเมียร์ลีก กับ ลาลีกาการเดิมพัน| ดู บอล ออนไลน์ 720p2021 เล่นฟรี| มีไพ่ห้าใบที่ยี่สิบเอ็ดรับเงินบาท| ฟุตบอลทีมชาติไทยการเดิมพัน| วิเคราะห์บอล ปาร์ม่าประเทศไทย| สล็อตแมชชีน คอนเสิร์ตการพนัน| วิเคราะห์บอล ฟันธง| ผลการแข่งขันฟุตบอลไทยวันนี้เงินฟรี| โหลด slotxo24hr2021 เล่นฟรี| สูตรแทงบอลลงทะเบียนฟรี| ฟุตบอล ไทย กัมพูชา ออนไลน์ประเทศไทย| slot ฝาก 100การเดิมพัน|